SF: Baby Maybe

posted on 30 Jan 2013 21:42 by kyumin in ETC

 

 

 

.BABY MAYBE.

1

(KRIS x SUHO)

 

 

 

 

“ไอ้จุน วันนี้กูคงไม่ได้ไปเดินเที่ยวกับมึงนะ”

“อ้าว ไหนเมื่อวานมึงว่าจะไปปาเป้าเอาตุ๊กตาให้กูอะ!”

“แพคฮยอนชวนกูไปเที่ยวที่มอเขาว่ะ มึงก็ฉายเดี่ยวไปแล้วกัน เดี๋ยวก็มีหนุ่ม ๆ แถวนี้มาชวนมึงเองแหละ กูไปล่ะ”

 

ไอ้ยอล .. ตลอด เบี้ยวนัดตลอด

 

จุนมยอนกัดฟันกรอด ปากอิ่มพึมพำสาปส่งตามหลังเด็กหนุ่มตัวสูงที่เดินยิ้มร่าคุยโทรศัพท์กับแฟนตัวน้อยต่างมหาลัยด้วยท่าทางแจ่มใส ไม่หันมามองเพื่อนตัวเองที่ยืนหน้าหงิกเป็นตูดแถมด้วยกระทืบเท้าอย่างคนถูกขัดใจเป็นออพชั่นเสริม

 

เมื่อวานที่มหาลัยของจุนมยอนจัดงานเทศกาลประจำปีเป็นวันแรก ร้านรวงต่าง ๆ แห่กันเข้ามาตั้งอย่างกับแจกบูทฟรี เขากับเพื่อนรักอย่างชานยอลก็เลยไปถล่มร้านขายอาหารของนักศึกษาด้วยกันเองมาซะจนพุงกาง พอท้องอิ่ม ไอ้อาการคันไม้คันมือเมื่อเห็นซุ้มลูกโป่งหลากสีตั้งเรียงรายเป็นแถวยาวก็บังเกิด เลยขอประลองฝีมือปาเป้ากับคู่หูตัวใหญ่สักหน่อย สุดท้ายไอ้เพื่อนตัวดีได้ตุ๊กตาหมียักษ์กลับมานอนกอดถึงสองตัว ส่วนเขา .. แค่นมกล้วยสองขวดก็ถือว่าหรู!

 

พอนัดแกมบังคับให้มันมาช่วยกอบกู้ศักดิ์ศรีเอาน้องหมีมาให้ได้ กลับต้องผิดหวัง เมื่อรายนั้นดันชิ่งไปเที่ยวกับแฟนซะอย่างนั้น

 

ใช่สิ .. เทศกาลนี้ มันไม่มีที่สำหรับคนโสดแบบเขานี่

 

เห็นคู่รักหลายคู่ที่เดินควงแขนเลือกซื้อของด้วยกันกระหนุงกระหนิงก็ได้แต่เบ้ปากอย่างหมั่นไส้ พยายามเดินหลบเลี่ยงให้ห่างไกลจากรัศมีสีชมพู ไปอยู่ในบรรยากาศสีเทาของคนเหงาเงียบ ๆ คนเดียว

อย่าให้พ่อได้มีบ้างนะ ..

 

“คิมจุนมยอนนนนนน!!”

 

เสียงทุ้มของใครบางคนตะโกนดังมาจากบริเวณใกล้เคียง เรียกให้ต้องหันหน้าขวับไปมองจนคอแทบเคล็ด ตาเรียวหรี่ลงจ้องเด็กหนุ่มผิวขาวที่ฉีกยิ้มกว้างพร้อมโบกมือให้เขาหยอย ๆ อยู่ในซุ้มของคณะวิศวกรรมศาสตร์ รอบข้างมีอีกหลายคนใส่เสื้อช็อปดูทะมัดทะแมงกำลังตะโกนขายของให้กับคนที่เดินผ่านไปผ่านมา จุนมยอนเผยยิ้มน้อย ๆ แล้วสาวเท้าเดินเข้าไปที่ซุ้มนั้น

 

“ไงวะไอ้ฮุน เดี๋ยวนี้มีช่วยงงช่วยงานคณะ กูนึกว่ามึงจะนอนดอทอยู่หออย่างเดียวซะอีก หึหึ”

“โห ไอ้คุณหมอคอหมุน คนเรามันก็ต้องมีการพัฒนาบ้างสิวะ แล้วนี่มาคนเดียวเหรอ”

“มึงเห็นสาวน้อยน่ารักข้างตัวกูไหมล่ะ”

“ไม่เห็น สำหรับมึง กูว่าน่าจะเป็นหนุ่มหล่อ ๆ มากกว่านะ ฮ่า ๆๆ”

 

“กวนตีนละโอเซฮุน”

 

หงิกเลย ..

ความจริงอันโหดร้ายของคิมจุนมยอนก็คือว่า ถึงเขาจะเป็นเดือนคณะแพทย์รูปหล่อ มีสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งในและนอกคณะมาขายขนมจีบกันให้รึ่ม แต่ก็มี..พวกผ่าเหล่าอยู่คนหนึ่ง ที่ใส่สแลค ผูกไทด์ อาจหาญมาแข่งกับบรรดาสาว ๆ หน้าตาจิ้มลิ้ม ด้วยการตามจีบเขาทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

 

แต่ความจริงที่โหดร้ายกว่านั้นคือ

 

เขาคนนั้น .. หายหน้าไปนานหลายเดือนแล้ว

 

 

ก็ช่างเขาสิ ..

 

“เห้ย เป็นไรวะ ทำหน้าเหมือนหมาหงอย ไม่มีคนให้ควงเที่ยวงานอะดิ เดี๋ยวบูทหนุ่มวิดวะจัดให้ครับ!” โอเซฮุนตบบ่าเพื่อนชายปุ ๆ ใบหน้าเศร้าสร้อยนั้นดูยังไงก็ไม่เหมาะกับคุณชายคิมจุนมยอนที่มักทำหน้าสดใสเหมือนกินยาโด๊บอยู่ตลอดเวลา ร่างเพรียวหายไปทางด้านหลังซุ้มเพียงไม่นาน ก็กลับมาพร้อมกับกล่องปริศนาใบหนึ่ง จุนมยอนมองมันอย่างงง ๆ แต่ก็ไม่วายถามอย่างกวน ๆ กลับไป

           

“อะไรวะ อย่าบอกว่าซุ้มมึงมีจับสลากกาชาดด้วย”

“ไอ้นี่ ตาแตกเหรอ อ่านตรงข้างกล่องดิวะ!”

 

เขกหน้าผากเพื่อเตือนสติไอ้เดือนคณะตัวเล็ก แล้วยื่นกล่องใบขนาดพอดีไปตรงหน้าคนที่กำลังทำหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด จุนมยอนค้อนขวับให้เพื่อนรัก ก่อนเบนสายตามาเพ่งอ่านตัวหนังสือยาวพรืดลายมือระดับประถมที่อยู่ข้างกล่อง

 

“ปัญหาหนุ่มโสด สาวโสดของท่านจะหมดไปจากงานนี้! ถ้าใช้บริการเพื่อนเที่ยวของวิศวกรรมศาสตร์! ปล.คุยไม่สนุก กะแดกฟรี ยินดีให้กระทืบได้ตามอัธยาศัย... อะไรของมึงเนี่ย” จุนมยอนส่ายหัวอย่างระอากับความคิดของเด็กหนุ่มตัวผอมบาง เตรียมตัวจะเดินหนีไปซุ้มอื่น แต่ใครจะไวเท่าโอเซฮุน ร่างเพรียวกระตุกยิ้มมุมปาก กางแขนดักทางคนที่ทำท่าจะปฏิเสธไว้

 

“ไม่ต้องสงสัย จับ!!!”

“เฮ้ยยย!!!”

 

ข้อมือเรียวของจุนมยอนถูกกระชากให้ล้วงลงไปในกล่องอย่างไม่เต็มใจ ส่วนคนบังคับได้แต่ยืนหัวเราะกับใบหน้าอ้าปากค้างของเพื่อนตัวเล็ก โอเซฮุนบอกให้จุนมยอนหยิบสลากในนั้นมาหนึ่งใบ คนถูกสั่งทำปากยู่ไม่สบอารมณ์นัก แต่ก็ยอมหยิบกระดาษสีขาวที่ถูกม้วนเป็นอย่างดีขึ้นมา จากนั้นยื่นไปให้เจ้าของซุ้มตัวดีที่ยืนรออยู่

 

“มึงเป็นเหยื่อ เอ้ย! ลูกค้ารายแรกของกูเลยนะเนี่ย แต่ไม่ต้องห่วงนะเว้ย มีทั้งเลดี้วิศวะสุดสวย และหนุ่มช่างร่างถึก มึงไม่ต้องห่วง ฮ่า ๆๆ” เซฮุนพูดขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนคิ้วขมวดดูเป็นกังวล แต่คำพูดนั้นเหมือนยิ่งสุมไฟให้จุนมยอนยืนไม่ติดที่มากขึ้นไปอีก คนตัวเล็กส่งสายตาบอกให้รีบเปิดสลากไว ๆ เซฮุนทำท่ายอมแพ้พลางคลี่ม้วนกระดาษออกช้า ๆ แล้วหรี่ตามองตัวอักษรที่อยู่ข้างใน

           

สาบานเลยว่าจุนมยอนไม่เคยเห็นรอยยิ้มไหนที่ทำให้เขาขนลุกชันขนาดนี้มาก่อน

 

เมื่อโอเซฮุนเงยหน้าจากกระดาษแผ่นเล็กนั้นขึ้นมา แล้วกระตุกยิ้มมุมปากชั่วร้าย หัวเราะดังหึ ๆ ในลำคอ มือเรียวยกขึ้นชูนิ้วโป้งนิ้วเดียวเป็นสัญญาณว่าเยี่ยม! แสดงว่า..เพื่อนเที่ยวของเขาคงจะเป็นคนที่โอเคใช่ไหม?

           

“เดี๋ยวกูมา หึหึ”

 

โอเซฮุนหายไปด้านหลังซุ้มเป็นครั้งที่สอง แต่ครั้งนี้ทิ้งความตื่นเต้นไว้ให้คนที่รออยู่ด้วยใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ตอนแรกคิมจุนมยอนก็คัดค้านในใจกับเกมจับสลากชวนลุ้นของไอ้เพื่อนรัก พอเอาเข้าจริงเมื่อรู้ว่าอย่างน้อยเขาจะมีคนมาเดินเที่ยวงานเป็นเพื่อนตลอดค่ำคืนนี้ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็เถอะ มันก็รู้สึกดีใจลึก ๆ ดีกว่าให้เขาเดินแกร่วอยู่คนเดียวท่ามกลางคู่รักหวานฉ่ำนับร้อย

 

เวลาผ่านไปไม่นานเกินรอ โอเซฮุนก็กลับมาพร้อมกับใครบางคน

 

... ที่ทำให้หัวใจของคิมจุนมยอน ..

           

.. กลับมาเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง

           

“ฝากดูแลเพื่อนผมด้วยนะเฮีย”

 

 

 

           

            เวลาเกือบครึ่งปีที่ห่างกันไป ทำให้จุนมยอนไม่รู้จะเอ่ยคำทักทายคนที่เดินทอดน่องมองซุ้มขายของไปเรื่อยเปื่อยอย่างไรดี นัยน์ตาหวานประดับด้วยแพขนตายาวเหลือบมองชายหนุ่มร่างสูงด้านข้างตนด้วยความไม่เข้าใจ ..

 

            ผู้ชายคนนี้คือคนที่ตามจีบเขาอยู่ทุกวัน

 

            เมื่อสองปีก่อน โอเซฮุนลากเขาไปเป็นแพทย์สนามให้กับการซ้อมฟุตบอลของคณะ แน่นอนว่าเขาซึ่งเป็นแค่นักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจะไปทำอะไรได้ นอกจากทำแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ  และนั่งตบยุงให้กำลังใจแค่นั้น แต่ยังไม่ทันจะผ่านครึ่งแรกดี ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ถูกหิ้วปีกมาข้างสนามให้นอนพักอยู่ตรงหน้าเขา เลือดสีแดงข้นไหลอาบศีรษะจนบดบังใบหน้าไปเกือบครึ่ง ไอ้อาการลนลานเมื่อเจอผู้ป่วยคนแรกในชีวิตก็มาเยือน จุนมยอนมือไม้สั่นหยิบจับอุปกรณ์ทำแผลมั่วไปหมด จนคนที่นอนรอการช่วยเหลือได้แต่แอบอมยิ้มในใจคนเดียว

 

            ‘ชื่ออะไร’

            ‘ห้ะ ผ..ผมเหรอ?’

            ‘เออ มึงน่ะแหละ’

 

            คนป่วยมองว่าที่คุณหมอตัวน้อยที่นั่งทำหน้าเอ๋อกับสรรพนามแบบสนิทสนมด้วยความขบขัน มือใหญ่คว้าผ้าขนหนูผืนเล็กมาเทน้ำใส่ แล้วเช็ดรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนไปพลาง ๆ ระหว่างรอให้เด็กหนุ่มตรงหน้าตอบคำถาม

 

            ‘.. ชื่อคิมจุนมยอน’

           

            ‘น่ารักดี’

 

            นักศึกษาแพทย์ตัวเล็กอ้าปากหวอ มองคนที่พูดชมผู้ชายด้วยกันออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ชายหนุ่มตัวสูงมองกริยาท่าทางตกตะลึงของคิมจุนมยอนด้วยความเอ็นดูปนขำ มือใหญ่เอื้อมไปสัมผัสแก้มนุ่มที่เริ่มแดงปลั่งขึ้น แล้วตบลงเบา ๆ

 

            ‘จีบนะ โอเคนะ?’

 

            โอเค ไม่โอเค หลังจากวันนั้นคิมจุนมยอนก็เจอคนตัวสูงเหมือนยักษ์มาดักรอเขาอยู่ที่หน้าคณะทุกวัน ครั้นจะหลบหน้าไปก็กลัวจะถูกว่าหาป๊อด แล้วมันก็ไม่ใช่วิสัยของเดือนคณะหมาด ๆ ที่มีคนมากหน้าหลายตาเข้ามาแจกขนมจีบให้อยู่เสมอ ถึงครั้งนี้..จะเป็นผู้ชายก็เถอะ จุนมยอนจึงต้องปล่อยเลยตามเลย

 

             

            “นี่”

 

            จุนมยอนเรียกคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ พลางกระตุกชายเสื้อใครคนนั้นเบา ๆ ชายหนุ่มร่างสูงหยุดความสนใจจากซุ้มขายดอกไม้เมืองหนาว หันมาก้มมองคนตัวเล็กที่ยืนคิ้วขมวดน้อย ๆ นัยน์ตาใสฉายแววไม่มั่นใจกับอะไรบางอย่าง ก่อนถามออกไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

 

            “นาย ...พี่อู๋เหรอ”

 

            คนถูกถามมองมาที่จุนมยอนนิ่ง แววตาไม่บ่งบอกความรู้สึกใด ๆ

 

            “ไม่เจอกันแค่ไม่กี่เดือน ถึงกับจำไม่ได้เลยเหรอ”

 

            จุนมยอนไม่อยากโกหกตัวเอง แต่เขาจับกระแสน้ำเสียงเย็นชาจากประโยคนั้นได้ มือเล็กค่อย ๆ ปล่อยชายเสื้อของคนตรงหน้าให้เป็นอิสระ ตาเรียวหลุบมองปลายเท้าตัวเอง

 

            ไม่ใช่ว่าจุนมยอนจำไม่ได้

 

            แต่อู๋อี้ฝานคนนี้ ช่างแตกต่างจากอู๋อี้ฝานที่เขาเจอหน้าทุกวันอย่างสิ้นเชิง

 

            ภาพของผู้ชายร่างสูงผมเผ้ากระเซิงยุ่งเหยิง ใส่เสื้อยืดสีดำลายกราฟฟิคข้างใน แล้วสวมทับด้วยเสื้อช็อปตัวเก่าของภาควิชาไฟฟ้า พร้อมรองเท้าผ้าใบขาดวิ่นอีกหนึ่งคู่ นั่งดูดน้ำปั่นอยู่ที่ม้าหินอ่อนหน้าอาคารเรียนรวมของคณะแพทยศาสตร์ รอการมาของใครบางคนเป็นประจำทุกเย็น เมื่อเห็นเหล่านักศึกษาพากันทยอยลงมาจากตึกเรียน ก็ได้แต่ชะเง้อคอมองหาคนที่ต้องมาให้เห็นหน้าทุกวัน พอเจอเป้าหมาย ก็ฉีกยิ้มกว้าง โบกมือหยอย ๆ พลางตะโกนเรียก ‘มยอนนี่’ ดังลั่นตึก จนเจ้าของชื่ออยากจะวิ่งไปหลบหลังเสา เพราะเพื่อน ๆ ต่างมองมาที่เขาแล้วหัวเราะคิกคักชอบใจ

 

            จุนมยอนกึ่งลากกึ่งจูงร่างสูงตัวป่วนไปบริเวณที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านมากนัก ก่อนริมฝีปากบางจะบ่นอุบอิบขึ้น

 

            ‘เบา ๆ ได้ไหมเล่า ผมอายเพื่อนนะ’

            ‘อายห่าไร ไม่มีคนไหนที่มาจีบมึงหล่อเท่ากูแล้วนะ ต้องภูมิใจดิ’

 

            แหงล่ะ ก็เล่นเป็นผู้ชายคนเดียวที่มาจีบนี่!

 

            คนตัวเล็กกรอกตามองชายหนุ่มที่ยืนดูดน้ำปั่นอย่างสบายใจ มือเรียวกระชับสายกระเป๋าสะพายแน่น เตรียมตัวจะกลับบ้าน แต่พลันรู้สึกถึงแรงดึงที่ต้นแขนจากด้านหลัง

 

            ‘วันนี้มีแข่งบอลรอบชิง ไปเชียร์หน่อยสิ’

            ‘ไม่เอาอะ จะกลับไปทำการบ้าน’

            ‘มึงไม่ไป กูจะมีแรงเตะได้ยังไง’

            ‘…’

            ‘นะ’

            ‘ .. อือ ไปก็ได้ แล้วไปส่งที่บ้านด้วยนะ’

            ‘ครับ’

 

            คิมจุนมยอนก็เป็นแบบนี้ ใจอ่อนให้กับน้ำเสียงออดอ้อนและสายตาวิบวับของคนขี้เล่นนั่นอีกจนได้ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของเขากับรุ่นพี่ตัวโตก็ยังดำเนินไปอย่างนี้เรื่อย ๆ ฝ่ายนั้นตามตื๊อ ตามจีบต้อย ๆ ส่วนเขา .. ก็อิดออดไปซะทุกครั้ง

 

            แม้จะมีคนเข้ามาให้เลือกมาก แต่คนรอบข้างต่างก็เชียร์ให้เขารีบรับรักอู๋อี้ฝานไปซะ เพราะทนสงสารชายหนุ่มที่มาหลงรักคนใจแข็งอย่างเขาไม่ไหว

 

            คิมจุนมยอนแค่ขอเวลาสักหน่อย

 

            แต่เหมือนสิ่งที่ขอนั้นจะนานไป

 

            จนใครบางคนยอมแพ้

 

 

 

 

 

tbc.